ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แสดงความคิดเห็นนางสาว เอ

การแสดงความคิดเห็นเรื่องของนางสาว  เอ
        โดยส่วนตัวแล้ว  มีความรู้สึกว่า  ไม่เห็นด้วย   กับการใช้เทคโนโลยีตัดสินการกระทำ  ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะมีประโยชน์ในด้านการถ่ายทอดข่าวสารต่าง  ๆ ให้กับประชาชน  เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ข่าวสารต่าง  ๆ ได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้ทันต่อเหตุการณ์ แต่การนำเทคโนโลมาใช้บางครั้งก็ไม่สามารถทำให้เราทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากข่าวสารนั้นได้อย่างแน่นอน  ยิ่งการโพสต์ข้อความที่เกิดจากการเห็นภาพนิ่งแล้วโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในหลาย    ด้านเช่นเดียวกับกรณีของนางสาวเอ  ซึ่งได้มีการโพสต์ถึงการกระทำของนางสาวเอ ในเรื่องของการขับรถชนกับรถตู้โดยสารเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต และในรูปภาพประกอบนั้น เป็นรูปที่  น.ส.เอยืนใช้โทรศัพท์อยู่ข้าง  ๆ ซากรถที่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้ว  เพียงรูปภาพเพียง  1  ภาพนั้นไม่สามารถตัดสินได้ว่าบุคคลในภาพกำลังทำอะไรอยู่  หรือรู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากเราไม่ได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้น  และถ้าลองย้อนกลับไปว่า  ถ้าสมมติว่าเราไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับน.ส. เอ หรือไม่มีเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น รูปถ่ายนั้นเป็นเพียงถาพ  1  ภาพที่มีคนนำมาขึ้นกระทู้  เราก็จะไม่สามารถเดาได้เลยว่า  ในรูปนั้นเกิดเหตุการณอะไรบ้างนอกเหนือจากรถชนกัน ซึ่งนี่ก็เป็นผลที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเผยแพร่ข่าวสารซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ที่เป็นข่าวเพียงอย่างเดียว  แต่ยังส่งผลกระทบไปยังครอบครัวของบุคคลที่เป็นข่าวด้วย 
        ดังนั้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเผยแพร่ข่าวสารหรือการรับฟังข่าวสารที่มาจากเทคโนโลยีต่าง ๆ ผู้รับสารควรจะมีวิจารณญาณในการรับฟังข่าวสาร  คิดให้รอบคอบถึงผลกระทบที่ตามมาภายหลังทั้งกับตนเองและกับผู้อื่นด้วย

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

แผนการสอนวิชาหลักการตลาด


โรงเรียนศรีวิราชพณิชยการเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยที่  1
ชื่อวิชา  หลักการตลาด   รหัสวิชา  3200-1005                              จำนวน     3   หน่วยกิต      จำนวน  3   ชั่วโมง/สัปดาห์
ชื่อหน่วย               ความรู้พื้นฐานทางการตลาด                             เวลา      6    ชั่วโมง        
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1.   หัวข้อเรื่องและงาน      ความรู้พื้นฐานทางการตลาด            

2.   สาระสำคัญ
ปัจจุบันการตลาด (MARKETING) มีบทบาทสำคัญต่อองค์การธุรกิจต่างๆ เนื่องจากเป็นการติดต่อเกี่ยวกับคนและการตลาดมีการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว เป็นลักษณะการตลาดแบบไร้พรมแดน ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจได้นั้นต้องศึกษาและมีความรู้ทางด้านการตลาดเป็นอย่างดี และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการตลาดไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์

3.   จุดประสงค์การเรียนรู้
3.1   จุดประสงค์ปลายทางและจุดประสงค์ทั่วไป
1.  นักศึกษาอธิบายลักษณะทั่วไปของการตลาดได้
2   นักศึกษาบอกความหมายของการตลาดได้
3. นักศึกษาอธิบายองค์ประกอบหรือส่วนประกอบทางการตลาดได้
4.  นักศึกษาบอกความสำคัญของการตลาดได้
5.  นักศึกษามีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
3.2   จุดประสงค์นำทางหรือ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1.   นักศึกษาทราบรายละเอียดของลักษณะทั่วไปของการตลาด
                2.   นักศึกษาทราบรายละเอียดของความหมายของการตลาด
                3.   นักศึกษาเข้าใจรายละเอียดขององค์ประกอบหรือส่วนประกอบทางการตลาด
                4.   นักศึกษาทราบรายละเอียดของความสำคัญของการตลาด
                5.    นักศึกษามีความตระหนักในเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

4.   เนื้อหาสาระ
1.     ลักษณะทั่วไปของการตลาด
2.     ความหมายของการตลาด


3.     องค์ประกอบหรือส่วนประกอบทางการตลาด
        3.1  ปัจจัยที่ควบคุมได้
        3.2   ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
4.    ความสำคัญของการตลาด

5.   กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1.        ผู้สอนชี้แจงการเรียนการสอนวิชาหลักการตลาด และกล่าวถึงความรู้ทั่วไปของการตลาดเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์กับเนื้อหาการเรียนการสอน และแจ้งผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ขั้นสอน
2.     ผู้สอนอภิปรายลักษณะทั่วไปของการตลาด ความหมายของการตลาด องค์ประกอบหรือส่วนประกอบทางการตลาดและความสำคัญของการตลาด ผู้สอนยกตัวอย่างโดยใช้ภาพประกอบ
3.     เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมโดยการซักถาม
4.     ผู้เรียนจับคู่เพื่อนคู่คิดเพื่อระดมสมองร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ
·         ผู้เรียนเตรียมผลิตภัณฑ์มา 1 ชิ้น
·         อภิปรายถึงลักษณะทั่วไปของการตลาด
·         ปัญหาของผลิตภัณฑ์ในตลาด
·         องค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ควรศึกษา
·         อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
5.     ทุกคู่ออกมาสรุปหน้าชั้นเรียน
6.     นำผลงานส่งผู้สอนเพื่อประเมินผล
7.     มอบหมายให้ผู้เรียนแบ่งกลุ่มเพื่อปฏิบัติตามใบงาน
ขั้นสรุปและการประยุกต์
8.     ผู้สอนและผู้เรียนสรุปข้อมูลที่ได้ไปศึกษาค้นคว้า โดยผู้สอนสุ่มผู้เรียน 2-3 คน ให้ออกมาสรุปหน้าชั้นและการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

6.   งานที่มอบหมาย
                1.   ปฏิบัติตามใบงาน
               
7.   สื่อและแหล่งการเรียนรู้             
                1.  คอมพิวเตอร์
2.  ผลิตภัณฑ์
                3.  ภาพประกอบ
                4.  ใบความรู้
                5.  หนังสือเรียน  รายวิชา  หลักการตลาด   รหัสวิชา  3200-1005        
                6.  ห้องสมุด
                7.   อินเทอร์เน็ต
8.   หนังสือพิมพ์  วารสาร 

8.   การวัดผลประเมินผล
วิธีวัดผล
1.     ตรวจใบงาน
2.     สังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล
3.     สังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4.     การสังเกตและประเมินผลพฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เครื่องมือวัดผล
1.     ใบงาน
2.     แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล
3.     แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4.     แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยอาจารย์และนักศึกษาร่วมกันประเมิน 
เกณฑ์การประเมินผล
1.     เกณฑ์ผ่านใบงาน คือ พอใช้
2.     แบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติงานรายบุคคล เกณฑ์ผ่าน ต้องไม่มีช่องปรับปรุง
3.     แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม เกณฑ์ผ่าน 50% ขึ้นไป
4.     แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมินตามสภาพจริง










9.   ความเห็นของผู้บริหาร / ผู้ที่ได้รับมอบหมาย / ผู้เชียวชาญ
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..............................................................
 (                                                                             )
                                                                                ผู้ตรวจสอบ
วันที่........... /........................../....................

10.   บันทึกผลหลังการสอน
ผลการใช้แผนการสอน
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
ผลการเรียนของนักศึกษา
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

11.   ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..............................................................
       (                                                                       )
ครูผู้สอน
วันที่........... /........................../....................

      เมืองเพชรบุรีใช่จะมีแต่เพียงน้ำตาลโตนด...น้ำตาลมะพร้าวก็มีชื่อเหมือนกัน
ที่บ้านบางหอ...
นักเรียนของผมเข้าไปทำรายงานเกี่ยวกับนวัตกรรมภายในชุมชน  นำเรื่อง
ราวมาเล่าสู่กันในห้องเรียน...จึงขอนำมาเล่าขยายความต่อให้ชาว
ok ได้อ่านกัน
 ศุภาพัชญ์และนุ่น  พร้อมกับเพื่อนของเธอเข้าไปศึกษาการทำน้ำตาลมะพร้าว
ที่บ้านบางหอ
  ตำบลบางครก  อำเภอบ้านแหลม ..ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอนัก
    กลุ่มอาชีพทำน้ำตาลมะพร้าวที่บ้านบางหอเกิดจากคนทำน้ำตาลมะพร้าว 15
ครัวเรือน  โดยแต่ละครอบครัวมีสวนมะพร้าวของตนเอง  สมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มจะนำ
น้ำตาลสดที่ได้มาส่งที่กลุ่มและคนในบ้านที่ว่างงาน
   ก็จะมาช่วยกันแปรรูปทำน้ำตาล
มะพร้าวร่วมกัน...ปัจจุบันสมาชิกขยายตัวร่วม
130 คน..นับว่าเป็นกลุ่มที่ใหญ่พอสมควร
   การทำน้ำตาลมะพร้าวก็คล้ายกับการทำตาลโตนด..ตรงที่ชาวบ้านจะเลือกจั่น
มะพร้าวขนาดพอเหมาะ ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป
  ใช้มีดปาดปลายจั่นออก 3-4 นิ้วและ
กรีดกาบหุ้มโคนจั่นแล้วใช้เชือกโน้มจั่นให้ต่ำลง
  แล้วทิ้งไว้หนึ่งคืน
น้ำตาลที่ได้ผ่านการเคี่ยว..ปั่นให้แห้ง (ปัจจุบันใช้มอเตอร์ปั่น)  แล้วนำมา
หยอด..ลงเบ้าที่มีผ้าขาวบางชุบน้ำไว้..จนแห้งก่อนนำมาบรรจุขายต่อไป
ตาลมะเพร้าวอาจจะมีความหวานสู้ตาลโตนดไม่ได้......จึงไม่แปลกอะไร
ที่ชาวบ้านจะมีนวัตกรรมใหม่เติมน้ำตาลทรายลงไป..เพื่อเพิ่มความหวาน
บ้านบางหออยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเพชรบุรีมากนัก..ขับรถผ่านอำเภอเขาย้อย
ผ่านบ้านทับคาง
  แล้วเลี้ยวซ้ายมาหนองปลาไหล..วิ่งมาเรื่อย ๆ ก็ถึงบางหอ..
นวัตกรรมในชุมชน..เป็นโครงงานที่นักเรียนของผมสืบค้นภูมิปัญญาไทย
ใช้แหล่งเรียนรู้และวิทยาการภายในชุมชน..นำมาวิเคราะห์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในห้องเรียน
ซึ่งผมจะแวะเวียนนำมาเล่าสู่กันฟังอีก..ต่อไป..อย่าลืมติดตามอ่านครับ..
 มีอะไร ๆ  ที่สนุกเยอะเลย...
เรียนรู้สู่การปฏิบัติ..หยอดน้ำตาลกับชาวบ้านค่ะ
เพิ่มคำอธิบายภาพ
กว่าจะได้น้ำตาลต้องเลือกจั่นมะพร้าวที่พอเหมาะ.ปาดออก 3-4 นิ้ว..
กรีดกาบหุ้มโคนจั่น..โน้มจั่นสู่กระบอกรอน้ำตาลทิ้งไว้หนึ่งคืน
แปลงสวนมะพร้าวที่รอวันโตเพื่อทำตาล..
เมื่อก่อนใช้กระบอกไม้ไผ่..เดี๋ยวนี้กระบอกตาลเปลี่ยนเป็นพาสติกแทน
นำน้ำตาลมาเคี่ยวและปั่นจนพอเหมาะ...แล้วนำมาหยอดในเบ้า
เมื่อแห้งรูปร่างหน้าตาเป็นแบบนี้..ส่งไปขายได้เลยกิโลละ 25 บาท


วันศุกร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2554

ประวัติคอมพิวเตอร์

ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

  • [ ประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ] ชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการคำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด ( Abacus)

ลูกคิด ( Abacus)
  • [ พ.ศ. 2158 ] นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการคำนวณขึ้นมาเรียกว่า Napier’s Bones เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน
  • [ พ.ศ.2173 ] วิลเลียม ออตเทรต( William Oughtred) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์ไม้บรรทัดคำนวณ ( Slide Rule) ซึ่ง ต่อมากลายเป็นพื้นฐานของการสร้างคอมพิวเตอร์แบบอนาลอก
  • [ พ.ศ.2185 ] เบลส์ ปาสคาล ( Blaise Pascal) นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้ประดิษฐ์เครื่องบวกลบขึ้น โดยใช้หลัการหมุนของฟันเฟือง และการทดเลขเมื่อฟันเฟืองหมุน ไปครบรอบ โดยแสดงตัวเลขจาก 0-9 ออกที่หน้าปัด
Pascal’s Calculato
  • [ พ.ศ.2214 ] กอตฟริต วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz ) นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้ปรับปรุงเครื่องคิดเลขปาสคาล ให้ทำงานได้ดีกว่าเดิม และเขายังค้นพบเลขฐานสอง (Binary number)

กอตฟริต วิลเฮล์ม ไลบ์นิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz )
  • [ พ.ศ.2288 ] โจเซฟ แมรี่ แจคคาร์ด ( Joseph Marie Jacquard) เป็นชาวฝรั่งเศสได้คิด เครื่องทอผ้า โดยใช้คำสั่งจากบัตรเจาะรูควบคุมการทดผ้าให้มีสีและลวดลายต่าง ๆ

บัตรเจาะรู
  • [ พ.ศ.2365 ] ชาร์ล แบบเบจ ( Charles Babbage) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษได้ประดิษฐ์เครื่องมือที่เรียกว่าเครื่องหาผลต่าง ( Difference Engine) เพื่อใช้คำนวณและพิมพ์ ค่าทางตรีโกณมิติและฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ แบบเบจได้พยายามสร้าง เครื่องคำนวณอีกชนิดหนึ่งเรียกว่า Analytical Engine โดยมีแนวคิดให้แบ่งการทำงานของเครื่องออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนเก็บข้อมูล (Store unit), ส่วนควบคุม (Control unit) และส่วนคำนวณ (Arithmetic unit) ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการนำมาใช้เป็นต้นแบบของเครื่องคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน จึงยกย่องแบบเบจ ว่าเป็นบิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์ เลดี้ เอดา ออคุสตา เลฟเลค ( Lady Ada Augusta Lovelace ) เป็นนักคณิตศาสตร์ที่เข้าใจผลงานของแบบเบจ ได้เขียนวิธีการใช้เครื่องคำนวณของแบบเบจเพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์เล่มหนึ่ง ต่อมา เลดี้ เอดา ออคุสตา เลฟเลค จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก

    Differnce Engine
  • [ พ.ศ.2393 ] ยอร์จ บูล ( George Boole) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้คิดระบบ พีชคณิตระบบใหม่เรียกว่า Boolean Algebra โดยใช้อธิบายหลักเหตุผลทางตรรกวิทยาโดยใช้สภาวะเพียงสองอย่างคือ True (On) และ False (Off) ร่วมกับเครื่องหมายในทางตรรกะพื้นฐาน ได้แก่ NOT AND และ OR ต่อมาระบบเลขฐานสอง และ Boolean Algebra ก็ได้ถูกนำมาดัดแปลงให้เข้ากับวงจรไฟฟ้า ซึ่งมีสภาวะ 2 แบบ คือ เปิด , ปิด จึงนับเป็นรากฐานของการออกแบบวงจรในระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน (Digital Computer)
  • [ พ.ศ.2480-2481 ] ดร.จอห์น วินเซนต์ อตานาซอฟ ( Dr.Jobn Vincent Atansoff) และ คลิฟฟอร์ด แบรี่ ( Clifford Berry) ได้ประดิษฐ์เครื่อง ABC ( Atanasoff-Berry) ขึ้น โดยได้นำหลอดสุญญากาศมาใช้งาน ABC ถือเป็นเครื่องคำนวณเครื่องแรกที่เป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

    Atansoff

    ABC computer

    Berry
  • [ พ.ศ.2487 ] ศาสตราจารย์โอเวิร์ด ไอด์เคน (Howard Aiken) แห่งมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ร่วมกับวิศวกรของบริษัทไอบีเอ็มได้สร้างเครื่อง MARK I เป็นผลสำเร็จ แ ต่อย่างไรก็ตามเครื่อง MARK I นี้ยังไม่ใช่คอมพิวเตอร์ที่แท้จริงแต่เป็นเครื่องคิดเลขไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้น
  • [ พ.ศ.2485-2495 ] มหาวิทยาลัยเพนซิลเลเนียได้สร้างเครื่อง ENIAC (Electronic Numerical Integrator And Calculator) นับได้ว่าเป็นเครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกของโลกที่ใช้หลอดสูญญากาศ และควบคุมการทำงานโดยวิธีเจาะชุดคำสั่งลงในบัตรเจาะรู
    ENIAC
  • [ พ.ศ.2492 ] ดร.จอห์น ฟอน นิวแมนน์ ( Dr.John Von Neumann ) ได้สร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถเก็บคำสั่งการปฏิบัติงานทั้งหมดไว้ภายในเครื่อง ชื่อว่า EDVAC นับเป็นคอมพิวเตอร์เครี่องแรกที่สามารถเก็บโปรแกรม ไว้ในเครื่องได้

EDVAC
(first stored program computer)
  • [ พ.ศ.2496-2497 ] บริษัทไอบีเอ็มได้สร้างคอมพิวเตอร์ชื่อ IBM 701 และ IBM 650 โดยใช้หลอดสุญญากาศเป็นวัสดุสร้าง ต่อมาเกิดมีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นสารกึ่งตัวนำขึ้นที่ห้องปฏิบัติการของบริษัท Bell Telephone ได้เกิดทรานซิสเตอร์ตัวแรกขึ้น ต่อมาทรานซิสเตอร์ได้ถูกนำไปแทนหลอดสูญญากาศ จึงทำให้ขนาดของคอมพิวเตอร์เล็กลงและเกิดความร้อนน้อยลง (เครื่องที่ใช้ทรานซิสเตอร์ได้แก่ IBM 1401และ IBM 1620 )

    หลอดสูญญากาศ (Vacuum tube)

    ทรานซีสเตอร์ (Transistor)
  • [ พ.ศ.2508 ] วงจรคอมพิวเตอร์มีการเปลี่ยนแปลงอีกมากเมื่อมีวงจรรวม ( Integrated Circuit: IC) เกิดขึ้น ซึ่งไอบีเอ็มนี้ได้ถูกนำไปแทนที่ทรานซิสเตอร์ ในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของระบบคอมพิวเตอร์อีกครั้ง ซึ่งผลก็คือทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง

    IC
  • [ พ.ศ.2514 ] บริษัท Intel ได้ใช้เทคโนโลยีของการผลิตวงจรรวมแบบ ( Large Scale Integrated Circuit :LSI ) ทำการรวมเอาวงจรที่ใช้เป็นหน่วยประมวลผลกลาง ( CPU) ของคอมพิวเตอร์มาบรรจุอยู่ในแผ่นไอซีเพียงตัวเดียวซึ่ง ไอซีนี้เรียกว่าไมโครโปรเซสเซอร์ ( Microprocessor)

    Microprocessor
  • [ พ.ศ.2506] ประเทศไทยเริ่มมีคอมพิวเตอร์ใช้เป็นครั้งแรก โดยที่คอมพิวเตอร์เครื่องแรกในประเทศไทยได้ติดตั้งที่ ภาควิชาสถิติ คณะพานิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้คือ IBM 1620 ซึ่งได้รับมอบจากมูลนิธิเอไอดี และบริษัทไอบีเอ็ม แห่ง ประเทศไทยจำกัด ปัจจุบันหมดอายุการใช้งานไปแล้ว จึงได้มอบให้แก่ศูนย์บริภัณฑ์การศึกษาท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ
  • [ พ.ศ.2507] เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องที่สองของประเทศไทยติดตั้งที่สำนักงานสถิติแห่งชาติ ในเดือนมีนาคม 2507


ก่อกำเนิด ไมโครโปรเซสเซอร์

เมื่อก่อนนั้น Intel เป็นบริษัทผลิตชิปไอซีแห่งหนึ่งที่ไม่ใหญ่โตมากนักเท่าในปัจจุบันนี้ เมื่อปี ค.ศ.1969 ได้สร้างความสะเทือน ให้กับวงการอิเล็คทรอนิคส์ โดยการออกชิปหน่วยความจำ(Memory)ขนาด 1 Kbyte มาเป็นรายแรก
บริษัทบิสซิคอมพ์(Busicomp) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องคิดเลขของญี่ปุ่นได้ทำการว่าจ้างให้ Intel ทำการผลิตชิปไอซี ที่บิสซิคอมพ์เป็นคนออกแบบเองที่มีจำนวน 12 ตัว โครงการนี้ถูกมอบหมายให้นาย M.E. Hoff, Jr. ซึ่งเข้าตัดสินใจที่จะใช้วิธีการออกแบบชิปแบบใหม่ โดยสร้างชิปที่ให้ถูกโปรแกรมได้ หมายถึงว่าสามารถนำเอาชุดคำสั่งของการคำนวณไปเก็บไว้ใน หน่วยความจำก่อนแล้วให้ไอซีตัวนี้อ่านเข้ามาแปล ความหมาย และทำงานภายหลัง
ในปี 1971 Intel ได้นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า Intel 4004 ในราคา 200 เหรียญสหรัฐ และเรียกชิปนี้ว่าเป็น ไมโครโปรเซสเซอร์(Micro Processor) ก็เพราะว่า 4004 นี้เป็น CPU (Central Processing Unit) ตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนาด 4.2 X 3.2 มิลลิเมตร ภายในประกอบด้วย ทรานซิสเตอร์ จำนวน 2250 ตัว และเป็น ไมโครโปรเซสเซอร์ขนาด 4 บิต
หลังจาก 1 ปีต่อมา Intel ได้ออก ไมโครโปรเซสเซอร์ ขนาด 8 บิตออกมาโดยใช้ชื่อว่า 8008 มีชุดคำสั่ง 48 คำสั่ง และอ้างหน่วยความจำได้ 16 Kbyte ซึ่งทาง Intel หวังว่าจะเป็นตัวกระตุ้นตลาดทางด้านชิปหน่วยความจำได้อีกทางหนึ่ง
เมื่อปี 1973 ทาง Intel ได้ออก ไมโครโปรเซสเซอร์ 8080 ที่มีชุดคำสั่งพื้นฐาน 74 คำสั่งและสามารถอ้างหน่วยความจำได้ 64 Kbyte
ไมโครคอมพิวเตอร์ เครื่องแรกของโลก
เมื่อปี 1975 มีนิตยสารต่างประเทศฉบับหนึ่ง ชื่อว่า Popular Electronics ฉบับเดือน มกราคม ได้ลงบทความ เกี่ยวกับเครื่อง ไมโครโปรเซสเซอร์ เครื่องแรกของโลกที่มีชื่อว่า อัลแตร์ 8800 (Altair) ซึ่งทำออกมาเป็นชุดคิท โดยบริษัท MITS (Micro Insumentation And Telemetry Systems) ลักษณะของชุดคิท ก็คือ จะอยู่ในรูปของอุปกรณ์แต่ละชิ้นโดยให้ คุณนำไปประกอบขึ้นใช้เอง
บริษัท MITS ถูกก่อตั้งเมื่อปี 1969 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำตลาดในด้านเครื่องคิดเลข แต่การค้าชลอตัวลง ประธานบริษัท ชื่อ H. Edword Roberts เห็นการไกล คิดเปิดตลาดใหม่ซึ่งจะขายชุดคิด คอมพิวเตอร์ ประมาณเอาไว้ว่าอาจขาย ได้ในจำนวนปีล่ะประมาณ 200-300 ชุด จึงให้ทิมงานออกแบบบและพัฒนาแล้วเสร็จก่อนถึงคริสต์มาส ในปี 1974 แต่เพิ่งมา ประกาศตัวในปีถัดไป สำหรับ CPU ที่ใช้คือ 8080 และคำว่า ไมโครคอมพิวเตอร์ จึงถูกเรียกใช้เป็นครั้งแรกเพื่อชุดคิทคอมพิวเตอร์ชุดนี้
ชุดคิทของ อัลแตร์ นี้ประกอบด้วย ไมโครโปรเซสเซอร์ 8080 ของบริษัท Intel มี เพาเวอร์ซัพพลาย มีแผงหน้าปัดที่ติดหลอดไฟ เป็นแถวมาให้เพื่อแสดงผล รวมถึงหน่วยความจำ 256 Byte ( แหม.. เหมือนของเล่นเราในสมัยนี้ จังงง ) นอกนั้น ยังมี สล๊อต (Slot) ให้เสียบอุปกร์อื่น ๆ เพิ่มได้ แต่ก็ทำให้ MITS ต้องผิดคาด คือ ภายใน เดือนเดียว มีจดหมายส่งเข้ามาขอสั่งซื้อเป็นจำนวนถึง 4,000 ชุดเลยทีเดียว
ด้วยชิป 8080 นี่เองได้เป็นแรงดลใจให้บริษัท ดิจิตอลรีเสิร์ช (Digital Research) กำเนิดระบบปฏิบัติการ(Operating System) ที่ชื่อว่า ซีพีเอ็ม(CP/M หรือ Control Program For Microcomputer) ขึ้นมา ในขณะที่ Microsoft ยังเพิ่งออก Microsoft Basic รุ่นแรกเท่านั้นเอง
ถึงยุค Z80
เมื่อเดือน พฤศจิกายนปี 1974 ได้มี วิศวกรของ Intel บางคนได้ออกมาตั้งบริษัทผลิตชิปเอง โดยมีชื่อว่า ไซล๊อก (Zilog) เนื่องจาก วิศวกรเหล่านี้ ได้มีส่วนร่ามในการผลิตชิป 8080 ด้วยจึงได้นำเอาเทคโนโลยีการผลิดนี้มาสร้างตัวใหม่ที่ดีกว่า มีชื่อว่า Z80 ยังคงเป็น ชิปขนาด 8 บิต เมื่อได้ออกสู่ตลาดได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากได้ปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน 8080 จึงทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ หลายต่อหลายยี่ห้อ หันมาใช้ชิป Z80 กัน แม้แต่ซีพีเอ็ม ก็ยังถูกปรับปรุงให้มาใช้กับ Z80 นี้ด้วย *** แม้ในปัจุบันนี้ Z80 ยังคงถูกใช้งาน และนำไปใช้ ในการเรียนการสอน ไมโครโปรเซสเซอร์ ด้วย เช่น ชุดคิดหรือ Single Board Microcomputer ของ ETT, Sila เป็นต้น และ IC ตัวนี้ยังผลิตขาย อยู่ในปัจจุบัน ในราคา ไม่เกิน 100 บาท น่ะจะบอกให้)
Computer เครื่องแรกของ IBM
ในปี 1975 ไอบีเอ็ม ได้ออกเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เครื่องแรกออกมา แต่ทางไอบีเอ็มได้เรียกเครื่องนี้ว่าเป็น เทอร์มินัลแบบชาญฉลาด ที่สามารถโปรแกรมได้ (Intelligent Programmable Terminal) และตั้งชื่อรุ่นว่า Model 5100 มีหน่วยความจำ 16 Kbyte แล้วยังมีตัวแปลภาษาเบสิก แบบอินเตอร์พรีทเตอร์ (Interpreter) ด้วย และมี ไดรฟ์สำหรับใส่คาร์ทิดจ์เทปในตัว แต่ก็ยังขายไม่ดีเอามาก ๆ เลย เพราะว่าตั้งราคาไว้สูงมากถึง 9,000 เหรียญสหัฐ
ในปลายปี 1980 บริษัทไอบีเอ็มได้เกิดแผนกเล็ก ๆ ขึ้นมาแผนกหนึ่งเรียกว่า Entry Systems Division ภายใต้ทีมของคนชื่อว่า ดอน เอสทริดจ์ (Don Estridge) และนักออกแบบอีก 12 คน โดยได้รับมอบหมายให้พัฒนาเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของไอบีเอ็มโมเด็ล 5100 นั้นเอง โดยนำเอาจุดเด่นของเครื่อง ที่ขายดีมารวมไว้ในการออกแบบเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ของไอบีเอ็ม และผลิตจำหน่ายได้ภายในปีเดียวภายใต้ชื่อว่า ไอบีเอ็มพีซี (IBM PC) ซึ่งถูกเปิดตัวในเดือน สิหาคม ปี 1981 และยอดขายของเครื่องพีซีก็ได้พุ่งอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทอื่น ๆ จับตามอง
กำเนิด แอปเปิ้ล
ในปี 1976 หลังจาก Stephen Wozniak และ Steve Jobs ได้ร่วมกันก่อตั้งบริษัทแอปเปิลคอมพิวเตอร์ (Apple Computer) และได้นำเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ เครื่องแรกที่ประดิษฐ์จากโรงรถออกมาขายโดยใช้ชื่อว่า Apple I ในราคา 695 เหรียญ บริษัทแอปเปิลได้ผลิตเครื่อง Apple I ออกมาไม่มากนัก ภายในปีเดียวได้ผลิต Apple II ออกมา
และรุ่นนี้เป็นรุ่นเปิดศักราชแห่งวงการไมโครคอมพิวเตอร์ และเป็นการสร้างมาตรฐาน ที่ไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

ประวัติส่วนตัว

ประวัติส่วนตัว


ชื่อ        นางสาวสุลัดดา   ก๋าใจ
ชื่อเล่น   จุ๋ม
ว/ด/ป เกิด   12  สิงหาคม   2529
ที่อยู่      196  . 5  .จำป่าหวาย  .เมือง  .พะเยา  56000
เบอร์โทร     083-3230318
การศึกษา    มัธยมจบจากโรงเรียนพะเยาพิทยาคม
      ปริญญาตรีจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต   คณะวิทยาการจัดการ  เอกบริหารธุรกิจ
สถานที่ทำงาน     โรงเรียนศรีวิราชพณิชยการเทคโนโลยี    ตำแหน่งงาน  ครูผู้สอนสาขาการขาย-การตลาด
ประสบการณ์การทำงาน
-         บริษัทโฆษณา  ตำแหน่งงาน  ฝ่ายบุคคล